CRES<ENDO's profile= = C r e s c e n d O = ...PhotosBlogLists Tools Help

CRES<ENDO

Photo 1 of 17
No list items have been added yet.
count|false|Web Site Hit Counters

= = C r e s c e n d O = =

February 04

. . . "ไม่กล้าก็ไม่ก้าว ไม่ก้าวก็ไม่เดิน" . . .

ผู้ที่มีลักษณะที่จะประสบความสำเร็จ และพบความสุข
คือผู้ที่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง
ผู้ที่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง
คือผู้ที่กล้าหาญที่จะรับฟังคำติมากกว่าคำชม คือ กล้า...

ผู้ที่มีลักษณะที่จะล้มเหลว และมีแต่ความทุกข์ใจ
คือผู้ที่ยึดตัวเองเป็นหลัก ไม่ยอมรับฟังผู้อื่น
ผู้ที่ยึดตัวเองเป็นหลัก คือผู้ที่หมดโอกาสเรียนรู้โดยแท้จริง
แม้ใจอยากได้แต่สิ่งดีๆ แต่สิ่งดีๆก็เข้าไม่ถึงใจ
เพราะความกลัว ใจจึง ปิด  ความคิด จึงไม่ก้าว

1.เชื่อมั่นและศรัทธาในมือข้างขวาของคุณ
“ ธรรมชาติสร้างแขนมาให้มนุษย์สองข้าง พร้อมมือสวยๆ อีกหนึ่งคู่
คนส่วนมากถนัดขวา ใช้มือขวามากกว่ามือซ้าย
มือซ้ายคือมือแห่งโชคชะตา
มือขวาคือมือที่สร้างและทำ
แต่คนหลายคนกลับปล่อยให้โชคชะตามากำหนดชีวิต”

…โชคชะตาเป็นสิ่งนามธรรมที่คนเราคิดขึ้นมาเอง
มันจะไม่มีทางมีอิทธิพลเหนือกว่าจิตใจเราได้เลย

..เมื่อไหร่ที่หัวใจอ่อนแอ  อย่าปล่อยให้ชีวิตเอนตาม

2. ปัญหามีไว้แก้ไข ..หลบได้ พักได้แต่อย่าหนี
การนั่งดูปัญหาตีกันแม้มันจะไม่ถูกต้องนัก
แต่อย่างน้อยเราจะเป็นคนคุมเกม
ดีกว่าลงไปแก้ปัญหา ทั้งที่หัวใจยังอ่อนแอ.

เวลาที่เชือกพันกัน คนส่วนมาก มักจะใช้มีดตัดออก
จะมีใครสักกี่คนมานั่งแก้ด้วยมือ

ปัญหาของคนเรา จริงๆแล้วคือ
การหนีปัญหานั่นแหละ เพราะถ้าเราตั้งใจแก้มัน
มีหรือจะไม่มีทางออก  แพ้บ้าง ชนะบ้าง เป็นเรื่องปกติ

3. อย่ากลัวผิดถ้าคิดจะพูด..อย่าคิดว่าสิ่งที่คนอื่นพูดนั้นผิด
บางทีความเงียบสงบก็สยบความเคลื่อนไหวไม่ได้เสมอไปหรอก
แม้ว่าเราจะนั่งในที่ตัวเองเราก็มีสิทธิ์ถูกชน
ถ้าเราไม่ส่งเสียงให้เขารู้ว่าเรานั่งอยู่.

คนที่พยายามทำทุกอย่างให้ถูกใจคนอื่น
คนนั้นจะเป็นคนที่เหนื่อยที่สุดตลอดชีวิต
การตอบคำถามเพื่อเอาใจคนถาม ก็เท่ากับว่าเรายอมให้เขาครอบงำ
.. เมื่อสูญเสียความเป็นตัวเองไปแล้ว
เธอจะเรียกมันกลับคืนมาได้ยาก อย่าลืมว่า  
คนแต่ละคน พูด ฟัง คิด ไม่เหมือนกัน
ไม่มีใครทำอะไรถูกใจใครได้ทั้งหมด

องค์กรไม่ได้ต้องการคนที่ทำตามใจเขาทั้งหมด
ถ้าเธอไม่แสดงให้เขาเห็นว่า
มีความเชื่อมั่นและศรัทธาในคุณค่าของตัวเอง
แล้วจะให้เขาเชื่อได้อย่างไรว่าเธอจะสามารถพาองค์กรของเขา
ก้าวไปข้างหน้าได้...
 
4. การเปลี่ยนแปลงเป็นหนทางที่ทำให้เกิดสิ่งที่ดีกว่า
โลกนี้คงหยุดหมุนไปนานแล้ว
ถ้าคนทุกคน ไม่กล้าเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ

เพียงบางสิ่งบางอย่างในชีวิตเธอ
เปลี่ยนแปลงไปเท่านั้นเอง
ไม่เห็นมีอะไรเลวร้ายอย่างที่คิดเลย

5. ความรัก…กับพลังในการก้าวหน้า
ถ้าสังเกตดูดีๆ
ผู้ชายจะยอมทิ้งผู้หญิงที่รัก ทิ้งหัวใจ เพื่อสร้างโลก
แต่ผู้หญิงจะยอมทิ้งโลก เพื่อผู้ชายที่รัก

อยากให้คนที่รู้สึกแบบนี้
อย่ามองความรักเป็นความเคยชินที่ต้องได้
ลองมองความรักเป็นของขวัญที่วิเศษ
เพราะทุกครั้งที่ได้ของขวัญจากใคร  หัวใจเราจะเต้นแรง..
เช่นกันเมื่อได้รักใคร หัวใจเราก็จะเต้นแรง
พอหัวใจเต้นแรง เลือดก็สูบฉีด สมองก็ปลอดโปร่ง
แล้วแบบนี้ จะไม่มีแรงก้าวไปข้างหน้าเลยเชียวเหรอ...

6. โลกนี้พร้อมที่จะให้อภัย คนที่ยอมรับผิดอยู่เสมอ
ผิดครั้งแรกถือเป็นประสบการณ์นั้นจริง
แต่ผิดครั้งที่สองไม่ได้หมายความว่าโง่เสมอไป
เพราะเคยมีใครหลายคนในอดีตที่ผิดนับพันครั้ง
จนสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้กับโลกได้สำเร็จ.

ถ้าคนทุกคนยอมรับความผิดพลาด ของตัวเอง และของคนอื่น
โลกนี้จะไม่มีใครทะเลาะกันเลย

ถ้ากล้ายอมรับว่าเราผิด เราจะเข้าใจ และ ให้อภัยคนอื่นที่เขาทำผิดบ้าง
 
7. ชีวิตต้องก้าวไปข้างหน้า…เหนื่อยก็หยุดพัก แต่อย่าเดินกลับหลัง
ถ้าเมื่อไหร่เราได้ใช้เวลาในชีวิตอย่างคุ้มค่า
เราจะรู้สึกว่าชีวิตที่เหลือนั้นเป็นกำไรล้วนๆ

เวลาก้าวไปข้างหน้า ทุกๆสิบก้าวเราเหยียบหนาม
ถ้าเมื่อไหร่ท้อแล้วเดินกลับหลัง
ก็เท่ากับว่าที่ผ่านมาเรา เจ็บฟรี.

8. เวลาในชีวิตมีน้อย อย่าตกเป็นทาสของเวลา
ถ้าลองนั่งนับดูดีๆ แล้ว อายุคนเราสั้นนิดเดียว
ที่ผ่านไปทุกๆ วินาที นั้นคือกำไรชีวิตเราทั้งนั้น

ศักยภาพของคนมีขอบเขต ทำอะไรได้ในเวลาที่จำกัด
ถ้าเราไปฝืน มันก็จะเสียหายไปหมด
...การทำงานที่ดี คือการทำงานในเวลางาน  
การเรียนที่ดีที่สุด คือการตั้งใจเรียนในห้องเรียน

9. สิ่งดีๆในชีวิต…มักไม่เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญ
ชีวิตคนเราต้องเหงื่อออก
ทำอะไรแค่ไหน ผลมันก็ย้อนกลับมาแค่นั้น
ไม่มีความสำเร็จใดได้มาอย่างง่ายดาย

สำหรับคนช่างเลือก ไม่ว่าจะทำอะไร ก็ต้องทำให้ดีที่สุด
แม้จะเหนื่อย หนัก ต่อสู้มากสักหน่อย
แต่ผลกลับมาก็คุ้มค่าเหนื่อย
อย่างน้อยเราก็ได้เลือกสิ่งที่เราคิดว่าดีที่สุดให้ตัวเอง

เช่นในการเลือกคนดีๆมาเป็นคู่ครอง
สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ หรือโชคชะตา
ไม่ใช่ว่าเขาดวงดี แต่เพราะเขาเลือกเขาพิถีพิถันกับชีวิต

10.คนที่อยู่รอบข้างทุกคน มีอิทธิพลกับชีวิตเรา
หลายคน มักมีบุคคลต้นแบบของตัวเอง
ไม่ใช่เพื่อเลียนแบบหรือทำตาม
แต่เขาจะช่วยให้เราเดินอย่างมีทิศทางมากขึ้น

เวลาเราอยู่กับใคร กับอะไรก็ตาม
สิ่งนั้นมักมีผลกับจิตใจโดยไม่รู้ตัว

ในช่วงชีวิตที่ยังมีโอกาสได้พบปะผู้คนมากมาย
เป็นโอกาสดีที่เราจะได้เลือกเพื่อน
อย่าลืมกลั่นกรองคนที่จะเป็นมิตรสักนิด
เพราะคนเหล่านี้จะมีอิทธิพลกับชีวิตเราในอนาคตอีกนาน

11. คบคนทุกประเภท… แต่อย่าทำตัวเหมือนคนบางประเภท
ในสังคมมีทั้งคนดี และคนไม่ดี
ความจำเป็นในชีวิต อาจทำให้เราไม่สามารถเลือกคบคนได้
สำคัญที่ตัวเราว่า จะหนักแน่นและดูแลตัวเองได้แค่ไหน.

ถ้าเราคบคนทุกประเภท
เราจะมีข้อมูลหลากหลาย และรู้วิธีจัดการกับคนแต่ละแบบ
รู้วิธีที่จะทำให้เขาเป็นคนดีของเราได้
หรืออย่างน้อยก็รู้จักวิธีดูแลตัวเองให้ปลอดภัยจาก คนแย่ๆ

12.ลองทำอะไรให้เป็นหลายๆอย่าง..แต่เก่งอย่างเดียว
การทำอะไรได้หลายๆอย่างเป็นสิ่งดี แต่ควรทำให้มันดีสักอย่างสิน่า
คนที่มีความสามารถรอบตัว นอกจากไม่เป็นภาระของคนอื่นแล้ว
เราจะรู้สึกดีทุกครั้ง ที่ความสามารถของเราช่วยคนอื่นได้ด้วย
13.ความรักไม่มีคำว่าสาย…แต่ร่างกายเรามีชิ้นเดียวในโลก
สิ่งที่ผู้หญิงมักมองข้าม ยามมีรักทุ่มเทให้เขาทุกอย่าง
ให้ขึ้นชื่อว่าเป็นคนรู้ใจเขา ก็ได้รู้ใจเขาทั้งหมดจริงๆ
แต่ไม่รู้ใจตัวเอง
นานๆ ทีได้มีเวลาส่องกระจกดู ...
อ้าว  จำตัวเองไม่ได้เสียแล้ว หรือ รักเขาจนลืมดูตัวเอง

ส่องกระจกทักทายตัวเองเสียหน่อย ว่าเราละเลยตัวเองไปหรือเปล่า  
แล้วดูแลตัวเองเสียบ้าง

14.ถ้าแคร์คำพูดแย่ๆ … ก็เท่ากับแพ้ใจตัวเอง
ถ้าคนหนึ่งตีกลอง แล้วอีกคนยิ่งเต้น คนตีเขาก็ยิ่งตี
แต่ถ้าตีแล้วไม่เกิดอะไรขึ้น เขาก็จะหยุดไปเอง เพราะตีไปก็เหนื่อยเปล่า

บ่อยครั้งที่เรามักเจอคำพูดแย่ๆ จากคนรอบข้าง
ถ้าไม่รู้จักดูแลจิตใจ ความรู้สึกของตัวเอง
เราจะถูกบั่นทอนลงทีละนิด

ดูแลหัวใจของเราให้ดี เรียนรู้ที่จะคิดปฏิเสธคำพูดแย่ๆ จากคนอื่น
รู้แหล่งที่มาอย่างมีเหตุผล แล้วจะไม่มีอะไรมาบั่นทอนหัวใจเราได้เลย

15.อย่าพูดว่า “ทำไม่ได้” เพราะจิตเธอจะจำและนำไปใช้
ปาฏิหาริย์ จะเกิดขึ้นได้กับหัวใจที่เชื่อมั่น
ความเชื่อมั่น จะทำให้คนเราได้ยิน แต่เสียงในหัวใจตัวเอง

คำวิจารณ์ในแง่ลบของคนอื่นมักบั่นทอนกำลังใจ
แต่นั่นมันความคิดเขา ไม่ได้มาจากสมองเราสักหน่อย
ฟังเสียงหัวใจตัวเองอย่าไขว้เขวไปกับเสียงหัวใจคนอื่น

บอกตัวเองว่าเธอต้องทำได้ เมื่อนั้นปาฏิหารย์จะเกิดขึ้น

16.เล่นเกมกับเพื่อนใหม่...  แล้วจะได้อะไรกลับมามากกว่าที่คิด
ไม่มีใครบอกตรงๆ หรอกว่าตัวเองเป็นคนแบบไหน ดีร้ายยังไง คบได้แค่ไหน
แต่บางสถานการณ์ในเกม จะเปิดเผยทาสแท้และตัวตนของคนเราอย่างง่ายดาย
เราจะตัดสินได้ทันทีว่าคนคนนี้ควรเป็นเพื่อนเรามั๊ย

เราจะได้เรียนรู้จากเกม ซึ่งบ่งบอกอะไรได้มากกว่าที่คิด  
เกมจะมีคุณค่าในตัวเอง
ถ้าเรามุ่งแค่ชัยชนะ เราจะไม่ได้อะไรเลย  
ลองวัดใจกันด้วยเกม แล้วเธอจะได้เพื่อนคุณภาพเพิ่มขึ้นอีกหนึ่ง

17.คนฉลาด…มักเลือกเค้กชิ้นเล็กเสมอ
ความประทับใจแรกเริ่ม เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ดี
เวลาที่เริ่มรู้สึกเกลียดกัน เราจะคิดถึงความประทับใจนั้น
แล้วจะเกลียดกันไม่ได้เลย

บางครั้งการเสียสละเล็กๆ น้อยๆ
จะช่วยสร้างความรู้สึกที่ประทับใจให้ผู้อื่นตลอดไป

คนที่ใจแคบ มักกลัวการเสียเปรียบ
คนแบบนี้ แม้แต่สิ่งเล็กๆน้อยๆ
ขอให้ได้รู้สึกว่าได้เปรียบเสียหน่อย ก็มีความสุขแล้ว

18.อย่าลืมดูแลหัวใจคนอื่น…ด้วยการถ่อมตน
คนเราทุกคนมีค่า
การถ่อมตนอย่างถูกกาละเทศะ
จะสร้างความรู้สึกดีให้กับคนอื่น

คนเรายิ่งอยู่สูง ยิ่งต้องมองต่ำ
ส่วนคนที่อยู่ต่ำกว่า ต้องมองสูง
และทั้งคู่จะมองเห็นความสวยงาม คุณค่า ของกันและกันอย่างไม่ยากเลย

ถ้ามัวแต่ดูถูกคนอื่น  เพื่อให้ตัวเองดูดี  
แล้วเมื่อไหร่จะเห็นความสวยงามของผู้อื่น
19.เวลาที่หลงทาง…ลองหยุดอยู่กับที่แล้วนั่งนิ่งๆสักพัก
ในบางอารมณ์ความเงียบจะสร้างความเหงา
แต่บางสถานการณ์ความเงียบ จะทำให้เกิดสมาธิและความคิดที่ดีได้

การคิดมากเกินไป  ไม่ได้ก่อให้เกิดความคิดดีๆ  
เพราะมันจะยิ่งคิดวกวน จะหาทางออกไม่เจอ

ความสงบในใจทำให้เกิดสติ
สติที่ดีจะแก้ไขสถานการณ์ที่เลวร้ายทุกอย่างได้
บางที... เรื่องที่เราคิดว่าใหญ่ จะเริ่มเห็นทางออกรำไร อยู่ตรงหน้านี่เอง

20.หัดไว้ใจผู้อื่น…ไม่มีอะไรสำเร็จลงได้ด้วยคนคนเดียว
ถ้าเมื่อไหร่ที่เรานั่งรถ แล้วเราไว้ใจคนขับ
เราจะมองโลกได้กว้าง และดูความสวยงามข้างทางได้อย่างสุขใจ

ทีมงานที่แข็งแรงและการเชื่อมั่นกันและกัน
จะทำให้ทุกอย่างประสบความสำเร็จ

ถ้าไม่ให้โอกาสคนอื่น ไม่ปล่อยวาง ..มัวแต่นำทางให้คนอื่นเดินตาม
เธอจะไม่มีเพื่อนร่วมเดินทาง

ยามที่เธอเจออุปสรรคก็ต้องแก้คนเดียว ซ้ำซากอยู่ทุกวัน...  
ถ้าเธอไว้ใจเขา
ยามเธอเหนื่อยล้า
เธอจะนอนหลับได้เต็มตา
โดยมีคนเหล่านั้นดูแลเธออย่างดี.

21.ความสำเร็จ…จะแลกเปลี่ยนกับความสนุกอยู่เสมอ
คนส่วนมากจะเริ่มต้นพร้อมๆกัน
แต่ความสำเร็จที่ได้มาล้วนไม่เท่ากัน
มีเพียงคนไม่กี่คนเท่านั้น
ที่เดินไปได้ไกลกว่าคนอื่น

ยิ่งเริ่มต้นอายุน้อย
เราก็จะมีแรงเหนื่อย มีแรงเจ็บ มีแรงเริ่มต้นใหม่
ความสมบูรณ์ในชีวิตก็จะมาถึงเร็วขึ้น

คนที่ประสบความสำเร็จส่วนมาก
ตลอดชีวิตของเขาไม่เคยสนุก
ทุกนาทีคือการเรียนรู้ และ การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นเรื่อยๆ

ยอมแลกเปลี่ยน "ความสนุก" กับ "ความสำเร็จ" เถอะ
คุณค่าทั้งสองอย่างต่างกันเยอะเลย

22.ถามตัวเองบ่อยๆ ว่าเดินมาไกลแค่ไหน... และจะไปไหนต่อ
คนเราทุกคนต้องมีเป้าหมาย
การกำหนดจุดมุ่งหมายจะช่วยให้เราเดินอย่างมีทิศทางมากขึ้น  
และทุกก้าวที่เดิน  
ชีวิตเราจะปลอดภัย
และเดินอย่างมั่นใจ

ไม่ว่าชีวิตจะยุ่งเหยิงแค่ไหน อย่าละเลยที่จะใส่ใจตัวเอง
คอยถามไถ่ตัวเองสักนิดว่า ชีวิตเราตอนนี้แค่ไหนแล้ว
..แล้วเราจะเดินไปทางไหนต่อ
แพลนชีวิต แพลนอนาคต
เราก็ไม่ต้องมานั่นกลัวอนาคต
เหมือนที่คนส่วนมากกำลังเป็นอยู่...

23. ลองแชร์ชีวิตกับคนอื่นบ่อยๆ… เราจะเป็นมิตรกับโลกนี้มากขึ้น
ถ้าอยากมีความสุขให้มองโลกในแง่ดี
แล้วเราจะเอาแง่ดีที่ไหนมามอง
ถ้าเรายังทำตัวเป็นอริกับโลกอยู่…

วันนี้เราตามใจเขา  พรุ่งนี้เพื่อนเราก็ตามใจเรา เป็นการแชร์ความรู้สึก

การแชร์กับคนอื่นทางด้านความรู้สึก
จะทำให้เรามองโลกเรียบง่าย
มองเห็นความสุขได้ง่ายและรู้สึกอารมณ์ดี
ปรับตัวเข้ากับใครๆ ได้ง่าย
เธอจะเรียนรู้ว่า
คนเราไม่จำเป็นต้องทำแต่สิ่งที่ชอบเท่านั้นถึงจะมีความสุขได้

24. ยอมถอยสักหนึ่งก้าว…เพื่อก้าวไปข้างหน้าได้สองก้าว
การยอมรับว่าตัวเองอ่อนแอ
บางครั้งก็ทำให้เราเข้มแข็งขึ้น
เพราะสิงทีตามมาหลังจากอ่อนแออย่างถึงที่สุด
จะเป็นการเริ่มต้นใหม่ที่ดีเสมอ

ยอมถอยสักก้าว  เพื่อมองหาทิศทางใหม่ที่ดีกว่า  
อย่าดันทุรังเดินไปทั้งที่ทางมันตัน

ขอเวลาอ่อนแอสักครู่ แล้วฉันจะกลับมา

มองหาที่สงบที่สุดสำหรับตัวเอง  
และเป็นที่ที่ไม่มีใครจะหาเราได้  
เป็นที่ของเรา  แล้วหลบไปอยู่ตรงนั้นสักพัก
ให้เวลาตัวเองให้เต็มที่..
เพราะเมื่อเธอรู้สึกแย่ๆ
ที่ตรงนั้น...กลับดีที่สุด
25.ที่ปรึกษา…คือคนที่เขี่ยผงในตาคนอื่น
คำแนะนำจากคนอื่น
เป็นทางออกหนึ่งที่เขาเสนอให้พิจารณา
คนที่จะรู้ว่ามันใช่ทางออกหรือเปล่า
คือคนเดินไปต่างหาก…

มองคำแนะนำให้เป็นแค่แนวทาง หรือทางเลือกที่เรามีส่วนตัดสินใจเอง
คัดเลือกคนที่แนะนำปัญหาดูสักนิด แล้วชีวิตเราจะไม่ผิดพลาดเพราะเชื่อคนอื่น

26. โอกาสเป็นของขวัญของผู้แสวงหา…แต่จงมองหาโอกาสในมือของเราเอง
ความสามารถหรือพรสวรรค์จะไร้ค่า ถ้าไม่มีเวทีแสดง

พรแสวงย่อมจะสำคัญกว่า พรสวรรค์ที่ถูกซ่อนในที่มืด

บางคนมัวแต่ไปอิจฉาคนอื่น  
แล้วมองข้ามสิ่งดีๆ ของตัวเองอย่างน่าเสียดาย ..
เพราะโอกาสมักจะมาพร้อมความเสี่ยง
คนเราเลยกลัวสูญเสีย

ถ้าโอกาสนั้นสร้างความล้มเหลว
อย่างน้อยเราจะได้รู้ว่า
จะหาโอกาสดีๆ นั้นใหม่ได้อย่างไร

27.รู้จักตัวตนของเพื่อน…แล้วอย่าลืมเปิดใจให้เพื่อนได้รู้จักเราด้วย
ความลึกลับทำให้น่าค้นหา ตื่นเต้นท้าทายก็จริง
แต่ถ้าต้องค้นหาอยู่ตลอดเวลา
บางครั้งก็กลายเป็นความเหนื่อยและเบื่อหน่าย

การเข้าใจคนอื่น รู้จักคนอื่นเพียงฝ่ายเดียว จะทำให้เรารู้สึกโดดเดี่ยว
ลองเติมเต็มความรู้สึกให้สมบูรณ์
ด้วยการเข้าใจคนอื่น ให้ใจคนอื่นและก็หาคนอื่นที่เข้าใจเรา ให้ใจเราด้วย

เปิดใจต่อกันให้เห็นตัวตน เขาจะได้รู้จักนิสัยเรา และตัวเราก็ต้องรู้จักนิสัยเขาด้วย
“ เพียงมีความเชื่อมั่นและศรัทธาในตัวเอง
เราจะกล้าเดินอย่างมั่นใจ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง
ทั้งที่ได้ดั่งใจและไม่ได้ดั่งใจ
ยอมรับทั้งด้านบวกและลบของโลก
พร้อมหมุนตัวเองไปพร้อมกับโลกอย่างมีความสุข ”

เมื่อมีความกล้า สิ่งที่ตามมาคือได้ก้าว ...
เมื่อหัวใจเปิดรับ ความคิดจะเปิดกว้าง

เปิดโอกาสให้เรียนรู้อย่างแท้จริง สิ่งดีๆ ก็จะเข้าถึงใจ
เมื่อความกลัวหายไป…หัวใจจะเป็นสุข
เราจะกล้าและได้ก้าว พร้อมเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ


July 27

แปลว่ารักหรือเปล่า

อุ๊ !! แม่เจ้า   ไม่ได้อัพบลอกมานานตั้งแต่ ก.พ. เลยหรอวะเนี่ย นานแสนนานหยักไย่เตร็มไปหมดแร้ว
อืม..วันนี้ ตอนนี้  รู้สึกดี อารมณ์ดี  แม้วันนี้จะเหนื่อยมาก แต่มันส์ว่ะ วันนี้ทำทั้งงานแลบและงานเอกสารราชการ
ซึ่งโคตรจะยุ่งยากมากๆเลยกว่าจะซื้อของได้แต่ละอย่าง  เรียกว่า เจนเนอรัล เบ๊ ครับวันนี้  พี่ที่ทำงานท้าทายว่าจะทำได้มั๊ย 
แต่ผลสุดท้ายได้รับคำชม  ว่าครั้งแรกทำได้ขนาดนี้ถือว่าดีมาก  ลอยๆ   มือเป็นทศกัณฐ์เลยวันนี้  สนุกดีเหมือนกัน
แต่ถามว่าให้ทำงานเอกสารเต็มตัว ก้อรู้สึกจะไม่ใช่แนวนะ
ทำงานที่ศิริราชนี่ครบปีแล้วน๊า  เร็วเจงๆ  เร็วมาก  เหมือนเพิ่งได้เข้ามาทำงานหยกๆเอง 
ยังเป็น Freshy เป็นที่เอ็นดูของพี่ๆน้าๆป้าๆทั้งหลายอยู่  จนกว่าเค้าจะรับคนมาเพิ่ม 55
ตอนนี้ก็ถือว่าได้รับการบรรจุเต็มตัว เต็มรูปแบบ ประมาณว่าไม่มีใครมาไล่กุออกแน่ๆละ555 ซาบายจาย  และคิดว่าจะอยู่เรื่อยๆไป
 
เคยได้ยินเค้าพูดกันว่า..การที่ได้ทำงานที่ตัวเองรัก มันช่างโชคดี  แต่ถ้าเลือกไม่ได้เนี่ย ก้อจงให้รักงานที่ตัวเองทำ
ถามว่าตอนนี้เป็นอย่างไร  เราก้อคงตอบไม่ได้ว่าเรารู้สึกแบบกรณีไหนกันแน่  เพราะตั้งแต่ตอนเรียนมาก้อไม่รู้สึกว่างานแลบเป็นงานที่ตัวเองรักซักเท่าไร
แต่พอได้ทำงานมาเรื่อยๆจนครบปีเนี่ย  ทำให้ย้อนกลับมาคิดว่าเราชอบตัวงานนี้ใช่ไหม  ถ้าเปรียบเทียบกับงานก่อน ซึ่งเป็นโรงงาน
อยู่โอมีตังค์ให้ เขียนไปเหอะทำกี่ชั่วโมง  แต่ไม่อยากทำว่ะไม่อยากทำเลยต่อให้มีตังค์  อาจเป็นเพราะการเดินทางไม่สะดวกมั๊ง อยู่ดึกแล้วทางมันเปลี่ยว
แต่มาทำที่นี่ อยู่กี่ทุ่มอยู่ได้  เรื่องเงินไม่คำนึง  ให้มาทำวันเสาร์  ทำได้  ไม่เรียกร้องเรื่องโอ  ขนาดวันจันทร์-อังคารนี้วันหยุดแต๊ๆ 
เจ้านายให้มาทำ  ก้อรู้สึกไม่เกี่ยงนะ ไม่บ่ายเบี่ยง ไม่รู้สึกไม่อยากตื่นเพื่อจะไปทำงาน  ลุยได้ทุกสถานการณ์
ไปทำงานเหมือนไปอยู่บ้านอีกหลัง  พูดเหมือนเว่อร์เนอะ อะไรจะดูดีไปหมดทุกอย่าง 
แต่เพราะคำว่า" พอ" มั๊ง  เอายศออกจากบ่า  ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน  แป๊บๆได้ใบเทาๆ 55 
ถามว่ามีปัญหาเรื่องงานมั๊ย"มี" และเราคิดว่ามันมีทุกที่  มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะตั้งโล่รับกับมันได้มากน้อยแค่ไหน จะแก้ยังไง
ตอนนี้ก้อยังไม่รู้ว่ามันจะใช่งานที่รัก หรือว่าเรากำลังรักงานที่ทำอยู่  แต่รู้แค่ว่าพอใจกับทุกอย่าง
 
อาทิตย์หน้านี้ Prof.จะมาเป็นรอบที่สองแล้ว รู้สึกท้าทายกับภาษาท้องถิ่นตัวเองอีกแล้ว  ซวยจิงกรู  จะเอื้อนเอ่ยกะเค้ารู้เรื่องมั๊ยหนอ
Protocol Lab เอากลับมา  ยังบ่ได้อ่านเร้ย  ตาจะปิดแร้ว  แง้ว ง่วง
ไปนอนดีก่า  แฮ่ๆ  พรุ่งนี้จะได้ไปปล่อยผีนักช้อป  กะนุ่มกะปอย  อืมว่าแล้วก้อ  ไปชาร์ตแบตก่อน   ว่างๆคงได้มาอัพอีกนะแจ๊ะ  Wink
February 16

คนที่ต้องการ...


หนังสือเล่มหนึ่งเคยถามฉันว่า..
"คนที่เข้าใจในตัวคุณมากที่สุด คุณอยากให้เป็นประมาณไหน?"

ฉันคงตอบว่า...
"แค่รับความเลวของเราได้มากกว่าใคร
และพร้อมจะอยู่เคียงข้างเราเสมอ ก็เพียงพอแล้ว"

ทุกคนต่างมีความเลวด้วยกันทั้งนั้น
ฉันเองก็มีข้อเสียเยอะ รู้ตัวบ้าง ไม่รู้ตัวบ้าง

แต่มันจะดีสักแค่ไหน ถ้ามีใครสักคนที่ "รับความเลว" ของคุณได้

บางคนคาดหวังไว้ว่าคนที่จะคบ ต้องดีอย่างนู้นอย่างนี้
คงไม่มีใครคิดไว้เลยว่าจะต้องกินเหล้า เจ้าชู้ พูดจากวนประสาท

แต่พอเจอคนนั้นจริงๆ
คนที่คิดว่า "ใช่" กลับไม่ได้เป็นเหมือนที่วาดเอาไว้

เพราะ "ความรัก" มันกำหนดไม่ได้ว่าจะให้รักคนนี้ ไม่รักคนนั้น

ที่กำหนดได้มันคือ "ความชอบ" มากกว่า

** แต่ที่สำคัญ คือ
ถ้าเค้าสามารถรับความเลวของคุณได้ด้วยเหมือนกันล่ะ มันเจ๋งขนาดไหน


แล้วคนที่คุณกำลังคบอยู่ตอนนี้ล่ะ เป็นเหมือนที่คุณวาดไว้รึปล่าว

ถ้าเป็นคุณก้อควรบอกเค้านะว่าเค้าน่ะ เป็นญ/ชในฝันของคุณเลย

แต่ถ้าไม่ใช่...
คุณก้อควรบอกให้เค้ารู้ว่า..
ไม่ว่าเค้าจะดีหรือเลว
จะต่างจากที่คุณฝันไว้แค่ไหน
แต่คุณก็ยัง "รัก" เค้า

November 12

กับคำว่า"พอ"


จุดเริ่มต้นของความสุข
ผมคิดว่าอยู่ที่การค้นหาตัวเองให้พบไม่ใช่เรื่องง่าย
บางคนใกล้ตายยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร

เพราะติดอยู่กับความหลง หรือติดอยู่กับกระแสอะไรก็ตาม
ผมก็เช่นกันเคยถูกชักจูงจากสังคม

จากเพื่อนให้ไปทำงานหลายๆ อย่าง แต่ไม่ว่าทำงานอะไรก็ตาม
ต้องทำด้วยความชอบ จึงจะประสบความสำเร็จ

และต้องรับผิดชอบต่องานให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
ขณะเดียวกันไม่มีงานไหนราบรื่น
ไม่มีหรอกที่ตัวเราจะไม่เครียด หรือไม่มีความทุกข์
หรือไม่หงุดหงิด
อยู่ที่ว่าแก้ไขให้ดีขึ้นได้ไหม ถึงจะไม่ได้ทั้งหมด

แต่อย่าเลวลงก็เท่านั้นเอง นั่นคือการดำรงชีวิตอยู่

จนเมื่อผมเข้าสู่วงการภาพยนตร์ ได้ไปถ่ายหนังตามสถานที่ต่างๆ
จึงค้นพบว่าจริงๆ แล้วตัวเองชอบทำ
งานอิสระและไม่จำเจไม่มีเวลาทำงานตายตัว และไม่เครียด
ทุกคนในกองถ่ายเป็นเพื่อนกันหมด

ตั้งแต่นั้นผมก็ติดอยู่กับงานแสดงมาตลอด

ซึ่งไม่ว่าจะทำงานอะไรก็ตามเราต้องทำตัวให้อยู่ได้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้

ไม่ใช่อยู่ได้ด้วยการเอาตัวรอด
เพราะการเอาตัวรอดไม่ใช่วิถีทางที่ถูกต้องกับทุกอย่าง

แต่ด้วยการรักษา และเคารพมารยาทในการอยู่ร่วมสังคมการทำงาน

กับเพื่อนร่วมงานไม่แบ่งชั้นวรรณะ

ทุกคนมีความสำคัญในการทำงานเหมือนๆ กัน
เพียงแต่รับผิดชอบหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดเท่านั้นเอง

รวมทั้งการจัดระเบียบวินัยให้กับชีวิต
ไม่ใช่รับผิดชอบในการทำงานดี
แต่ไม่ดูแลตัวเอง ในเมื่อพ่อแม่ให้
ร่างกายมาครบ32 ประการ ก็เป็นหน้าที่ที่เราต้องมีวินัยในตัวเอง
ไม่จำเป็นต้องสวยหล่อ หรือต้องใส่แบรนด์เนม

เพียงแค่ดูแลร่างกายให้สะอาด อยู่เสมอ
ต่อให้ใส่อะไรก็ดูดีทั้งนั้น
คนที่ทำงานหนักต้องพักผ่อนบ้าง

ไม่ใช่ทำงานจนสลบคาโต๊ะ คาเก้าอี้
หรือรอให้ป่วยก่อนแล้วค่อยไปหาหมอ
ขณะที่รถป้ายแดงกลับหมั่นเช็ดถูจนสีถลอก

ทำไมจึงห่วงรถมากกว่าตัวเอง
เหมือนกับชีวิตได้มาฟรีก็เลยไม่ดูแล

ขอให้คิดสักนิดว่าชีวิตคนยืนยาวกว่าของใช้เยอะ

ณ วันนี้ผมมาถึงจุดที่ตัวเองเพียงพอแล้ว
ได้ทำงานที่ชอบและได้มีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ตัวเองรัก

เสร็จงานกลับบ้านสวนที่จันทบุรี
อยู่กับความเรียบง่ายของธรรมชาติอยู่กับการปลดปล่อย

ไม่บังคับตัวเองว่าจะต้องกินอาหารเมื่อไร

นอนหรือตื่นเมื่อไร ผมกินอาหารวันละมื้อมา 8 ปี
จะกินก็ต่อเมื่อหิว และกินแค่พออิ่ม

ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ การพักผ่อนที่ดีที่สุดคือนอนหลับ
และจะตื่นเมื่อร่างกายต้องการ ไม่ได้บังคับว่าต้องตื่นเพื่ออะไร

เพราะอะไรก็ไม่หนีเราไปไหน ต้นไม้ยังรอ บ้านก็ยังรอเราอยู่

ผมใช้ชีวิตอย่างนี้มาสามสิบปีไม่เคยรู้จักความเหงา
พอคนงานกลับไปหมด
บ้านจะเงียบ ไม่มีคนอยู่ในสายตา

ผมปิดไฟ มองเห็นดาวเต็มท้องฟ้า นอนฟังเสียงจักจั่น
แค่นี้สำหรับผมก็พอแล้ว


...นิรุตติ์ ศิริจรรยา...

October 06

มาสายกลับดึก

 
วันแรกที่เข้าเรียนในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผมพบเรื่องอัศจรรย์อย่างหนึ่งเมื่อรุ่นพี่บางคนบอกว่า
"การอดนอนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเรียนในคณะนี้"
 
วันสุดท้ายในคณะนี้ ผมพบว่าตั้งแต่เรียนมาห้าปี ไม่เคยต้องอดนอนเลย
ยกเว้นเมื่อต้องทำงานกลุ่ม
ทั้งนี้มิใช่เพราะผมทำงานเร็วกว่าคนอื่น แต่เพราะผมไม่เชื่อในทัศนคตินั้น
จึงพยายามพิสูจน์ว่ามันไม่จริง และพบว่า การวางแผนที่ดีแก้ปัญหาได้ทั้งหมด
แม้แต่การสร้างสรรค์งานศิลปะ
ที่น่าขันก็คือ น้อยคนที่อดนอนได้คะแนนดี
ผมเป็นมนุษย์เงินเดือนมานานร่วมสามสิบปี ห้าปีในนั้นผมทำงานในต่างประเทศ
เมื่อกลับมาเมืองไทย ผมพบเรื่องอัศจรรย์อีกเรื่องหนึ่ง
นั่นคือหลายคนมองการก้าวเท้าออกจากสำนักงานตรงเวลาเป็นเรื่องประหลาดที่สุดใน
โลก (มิพักเอ่ยถึงการออกก่อนเวลาเมื่องานเสร็จแล้ว)
ผมรู้ความจริงภายหลังว่า คนจำนวนมากไม่ยอมออกจากสำนักงานตรงเวลา
เพื่อแสดงให้เจ้านายเห็นว่า ตนเองขยันขันแข็ง ยิ่งอยู่ดึก
ยิ่งเป็นพนักงานตัวอย่าง
เสียสละเพื่อองค์กร น่ายกย่องชมเชย บ่อยครั้งมีผลถึงการได้รับโบนัสตอนท้ายปี
เนื่องจากเจ้านายมักเห็นหน้าเห็นตาใครคนนั้นหลังเวลาเลิกงานแล้วเสมอ
หากไม่เคยทำงานในต่างประเทศมาก่อน ผมอาจเข้าร่วมวงไพบูลย์ "มาสายกลับดึก" ด้วย
แต่หลายปีในชีวิตการทำงานในประเทศที่มีประสิทธิภาพในการจัดการที่สุด
ทำให้เห็นค่าเวลาทุกนาทีในชีวิต
ผมกลับมองว่าคนที่อยู่ดึกเป็นประจำคือพวกไร้ประสิทธิภาพ
ไม่สามารถทำงานให้เสร็จทันเวลา
จึงต้องอยู่ดึก ยิ่งทำงานมากชั่วโมงยิ่งแสดงถึงการทำงานโดยไม่มีการวางแผน
ไม่มองภาพรวม
 
ลองคิดดู การอยู่ดึกเพื่อทำงานพิเศษหนึ่งคืนหมายถึงค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น
เครื่องปรับอากาศทำงานมากขึ้น ค่าทะนุบำรุงสูงขึ้น
ผลกระทบต่อคนทำงานคือพักผ่อนน้อยกว่าที่ควรเป็น
ยิ่งอยู่ดึก ประสิทธิภาพของงานในวันถัดไปยิ่งตกต่ำลง
มือกระบี่ชั้นหนึ่งในแผ่นดินมองท่วงทีของศัตรูอย่างระวัง
ตวัดกระบี่ในมือเพียงฉับเดียวก็เข่นฆ่าฝ่ายตรงข้าม
มือกระบี่ชั้นรองต้องประกระบี่ดังโคร้งเคร้งนานนับชั่วโมง ราวกับอยากบอกโลกว่า
ข้าก็ใช้กระบี่นะโว้ย
โลกรับรู้
แต่คมกระบี่ก็บิ่น ต้องเสียเวลาลับกระบี่อีกหลายวัน
งานดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องตรงเวลาด้วย งานดีไม่มีทางเกิดขึ้นตามยถากรรม
หรืออารมณ์ขึ้นลง ไปจนถึงความหนาแน่นรัดกุมของกฎเกณฑ์ "ตอกบัตร"
ปริมาณเวลาในการทำงานชิ้นหนึ่งไม่ได้เป็นสัดส่วนกับคุณภาพของผลงานเสมอไป
บ่อยครั้งเป็นปฏิภาคกัน
หลายครั้งงานที่ให้เวลาน้อย กลับออกมาดีกว่างานที่ให้เวลามาก
คนเก่งจริงไม่เรื่องมาก คนฉลาดจริงไม่มากเรื่อง
ทำงานเสร็จแล้วก็เลิก ไม่ต้องรอเทวดาบนสวรรค์วิมานมารับรู้
เพราะถึงเวลานั้นเทวดาก็กลับบ้านไปแล้ว
 
 

..วินทร์ เลียววาริณ..
 
 
ปล.โดนจายยย..แม้ชื่อเรื่องจะเป็นมาสายกลับดึก  แต่เรานี่มาโคตรเช้ากลับโคตรเย็น  เซง..ออกตรงเวลานี่ก็ถูกมองเจงๆว่ะ เฮ้อ..WORKING ROBOT
September 02

วันทำงาน

 
ครบ 1 เดือนแล้วซินะ สำหรับการทำงานที่ใหม่  ทำไมมันผ่านไปรวดเร็วอย่างนี้ว้า... รู้สึกเหมือนว่าเพิ่งได้ไปเริ่มทำมาเมื่อวันนั้นเอง
หลังจากที่นอนเรื่อยเปื่อยตีพุงน้อยๆอยู่บ้านมา 2 เดือน   การทำงานมันทำให้เรารู้สึกมีคุณค่าขึ้นมาจริงๆ  แม้ว่ามันจะเป็นงานอะไรก้อตาม
หรือแม้จะอยู่บ้านก้อเหอะถ้าได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันแล้วก้อจะรู้สึกดีกับตัวเอง  แต่ไอตอนอยู่บ้านอะนะ ผีขี้เกียจมันก้อเข้าสิงอะ 
การทำงานมันเหมือนเป็นการบังคับกลายๆให้เราต้องตื่นเช้า  ไปทำนู่นทำนี่  มันมีแรงผลัก  จนตอนนี้รู้สึกเหมือนมีนาฬิกาปลุกอัตโนมัติในสมองแล้ว
ตื่นได้เองแม้วันเสาร์-อาทิตย์(ยกเว้นอยากขี้เกียจอยู่บ้างก้อมีเหมือนกัน) 
 
เพิ่งรู้สึกว่าเรียนจบมาแล้วไม่ค่อยได้เอามาใช้ในการทำงานซะเท่าไร  เหมือนกับต้องมาเริ่มใหม่หมด  อาจจะเป็นเราคนเดียวมั้ง  เรารู้สึกว่าตอนเรียนเหมือนเรียนเพื่อไปสอบอะ 
ความรู้ก้อใช่ว่าจะเข้าหัวซักเท่าไร  รู้แต่ในตำราจิงๆ  เอามาประยุกต์ใช้ไม่ได้  นึกไม่ออก  สอบเสร็จคืนอาจารย์  คิดไว้ว่าถ้าจะต้องเรียนใหม่จะไม่เรียนแบบเดิมอีกแล้ว 
ถ้าเป็นไปได้ก้อไม่อยากเรียนอะไรที่มันจะต้องสอบด้วย  เซ็ง  เครียด อยากเรียนอะไรที่มันต้องมีผีอยากรู้เข้าสิงจิงๆ ฮิฮิ..แต่ตอนนี้ผีอยากรู้ยังเข้าสิงไม่ได้  เพราะว่ามีผีขี้เกียจสิงอยู่ 55
 
 
July 14

วันรับปริญญา

วันนี้....

 

MEGA HAPPY!!!

MEGA HAPPY!!!

&

 MEGA HAPPY!!! 

มีฟามสุกสุดๆ

 

ปล.แค่อยากอัพบลอกให้ตรงกับวันนี้เท่านั้นแหละ อยากบรรยายให้มากกว่านี้ แต่อารมณ์เหนื่อยเข้าแทรก ขี้เกียจว่ะ ไว้วันหลังละกัน  เพลียว่ะไปนอนดีก่า 

 

MEGA LAZY  ขี้เกียจสุดๆ

MEGA TIRED เหนื่อยสุดๆ

June 08

มึงยังมีกูอยู่

อาหาร

เพื่อน: ข้าวราดแกง / ก๋วยเตี๋ยว ราคาไม่ เกิน 30 - แดกไรแพงๆ วะ
เปลืองชิบ

แฟน : แดกห่าอะไรก็ได้ที่มันไม่ใช่ ข้าว - สปาเกตตี้ เฟรนฟรายซ์ ซูชิ
ชิสุ สั่งกันไป… มื้อละร้อยขึ้น



สถานที่

เพื่อน: สนามกีฬา สว่าง กว้าง สนุก

แฟน: โรงหนัง มืด แคบ นุ่ม...!?



ข้ามถนน

แฟน: ข้ามได้มั้ย ระวังนะครับ! จับมือผมไว้

เพื่อน: ………อ้าว! เหี้ย… รอกูด้วย (แม่งข้ามไปนานละ)



ที่บ้าน

เพื่อน: มาเพื่อ ดื่ม เมา นินทาเพื่อน ด่าชาวบ้าน เฮฮาปาจิงโกะ

แฟน: มาเพื่อ ……………… สุดยอดเลยที่ร๊ากกกกกกกกก



เวลาเดิน

แฟน: แนบชิด ประหนึ่งตัวดูดแบบสุญญากาศ

เพื่อน: เฮ้ย! ไปไกลๆ กูหน่อยดิ ร้อนจะตายห่า!!



บนรถเมล์

แฟน: นั่งก่อนเลยครับ เดี๋ยวผมยืนเอง

เพื่อน: เหยิบหน่อยดิวะ กูจะนั่งด้วย!



บนรถเมล์(2)

แฟน: 2 คนครับ (ยื่นเงินให้กระเป๋าฯ)

เพื่อน: เฮ้ย มึงมีป่าววะ ออกไปก่อนดิ กูมีแบงค์พัน



เงิน

แฟน: มีเสมอ..จ่ายไม่อั้น

เพื่อน: ไม่มีเสมอ... มึงออกไปก่อนละกัน เดี๋ยวกูให้(แร้วแม่งก็ชิ่ง)



มาสาย

แฟน: ไม่เป็นไรครับ ผมรอได้

เพื่อน: ทำห่าไรอยู่วะ มาโคตรช้าเลย สาด ...เลี้ยงข้าวกูเลย
(เพิ่งจะมาก่อนแม่งได้ 5 นาทีเหมือนกัน)



ช่วยทำธุระ

แฟน: ว่างเสมอ - อ๋อ ว่างครับ จะให้ไปถึงที่นั่นกี่โมงดี
จะได้เตรียมตัวล่วงหน้า

เพื่อน: ไม่เคยว่าง - ขนของย้ายห้องเหรอวะ ... เออ...ที่จริงก็ได้นะ
แต่พอดี

แม่กูให้ช่วยพาไปหาญาติๆ ฝ่ายแม่ว่ะ แล้วบ่ายๆ ต้องไปหาของฝ่ายพ่ออีก

คงไม่ว่างแล้วละ



กลับบ้านดึก

แฟน: เดี๋ยวผมนั่งรถไปส่งดีกว่านะ กลับคนเดียวอันตราย

เพื่อน: กลับยังไงวะมึง มีค่ารถป่าว

แต่กูไม่มีให้ยืมนะเว้ย



ป่วย

แฟน: เป็นไรมากมั้ย? กินยายังคับ ห่มผ้าด้วยนะ
(แม่งดูแลแม่อย่างนี้ป่าววะ)

เพื่อน: เป็นห่าไรอีกวะ สำออยอะดิมึง… ออกมาให้ไวเลย แดกเหล้ากัน



เวลาอยู่ด้วยกัน

เพื่อน: เยี่ยว ขี้ ขากเสลด ซื้ดขี้มูก ตด - ห่านี่ อุบาทชิบหาย

แฟน: แต่งตัว โบ๊ะหน้า เสริมจมูก ดันนม ดึงเกงใน เช็คขนจ้ากแร้ -
ตามบายๆ



สอนหนังสือ

แฟน: ไม่เข้าใจตรงไหนบอกนะครับ จะอธิบายให้ใหม่

เพื่อน: กูสอนมึง 3 รอบแล้วนะ ห่านี่ แดกหญ้าแทนข้าวไงวะ



วาเลนไทน์

แฟน: ผมให้คุณได้ทุกอย่าง ยกเว้น ดาว เดือน และ ขนหน้าอก

เพื่อน: ……………(วันนี้มันไม่มีตัวตน)



โดนทิ้ง

แฟน: เราไปกันไม่ได้ / อย่ามายุ่งกับเรา / ไปไหนก็ไป รำคาญ

เพื่อน: ไม่เป็นไรเว้ย! ช่างแม่ง … มึงยังมีกูอยู่
 
 
May 27

ตีพุง

 
 
ถ้าไม่มีอะไรทำ อย่ามัวแต่นอนตีพุง
 
อย่ามัวแต่นอนตีพุงนะเธอ

แต่งตัวให้ระเบิดเถิดเทิง
 
ไปสนุกเพลิดเพลินด้วยกันดีไหม..

ถ้ามัวแต่นอนตีพุง ถ้ามัวแต่นอนตีพุง
 
จะทำให้คุณอ้วนเหมือนฮิปโป...

แต่งตัวออกไปเต้นโชว์
 
ออกไปแจกเบอร์โทรซาหนุกจริงๆ

ออกไปหมุนๆๆๆๆ หมุนๆไปทางซ้ายและขวา

ตบมือ กระทืบเท้า โยกไปมา

ตบมือ กระทืบเท้า หมุนตัว โยกไปมา

ตะโกนดังๆว่า ชัยโย..................  
 
 
เผอิญเพิ่งได้ฟังเพลงนี้จากวิทยุ  ตลกดีว่ะ  กะลังเข้ากับช่วงนี้พอดี  ขึ้นอืดสุดๆ 
 
จะเหมือนฮิปโปอยู่แว้ว!!  เลยฟังเตือนตัวเองเข้าไว้ 555
 
น้องบอกว่าออกมาตั้งนาาาาาาาาาาาาานแล้ว เพิ่งเคยได้ฟังนี่หว่า 
 
ฟังแล้วนึกถึงเกม CIRCUS ที่เคยเล่นตอนเด็กๆ ดนตรีเหมือนกันเปี๊ยบ ชอบๆ

 

ฮือๆๆ...อยากดูหนัง  อยากพักผ่อนว้อย  อยากดู SPRING SNOW จัง จะได้ดูม๊ายย ก๊า


May 14

วันที่เธอดูแปลก

วันนี้เธอแปลกจัง...วันนี้เธอเปลี่ยนไป..
ทำไมวันนี้ดูเธอไม่ยิ้มเหมือนทุกวัน
ทำไมวันนี้ไม่ยอมพูดคุยกับตัวฉัน 
ไม่ยอมทักกันอย่างเคย
จากเพื่อนสนิทกัน จากเพื่อนที่เข้าใจ
แต่ในวันนี้ดูราวกับคนไม่คุ้นเคย
เธอหลบสายตาฉันแล้วทำเป็นเฉยๆ
..ไม่รู้เลยเพราะอะไร..
 
คงมีใครบอกให้เธอได้รู้เรื่องจริงในใจฉัน
และเธอเองก็คงไม่อยากรับมัน..เธอจึงทำแบบนี้
 
ถ้าเป็นอย่างนั้นฉันขอให้เธอลืมได้ไหม
ถ้าเป็นอย่างนั้นฉันขอให้เธอไม่ต้องสนใจ
แค่คนแอบรักเท่านั้นไม่สำคัญเท่าไร
ฉันขอได้ไหม..ให้เรากลับมาเป็นเหมือนเดิม
 
จะไม่ไปบอกใคร..ให้ช่วยคุยกับเธอ
จะไม่มีเผลอไปคิดกับเธออย่างนั้นอีก
จะเป็นแค่เพื่อนกันขอแค่ได้ใกล้ชิด..ในคราวนี้ฉันสัญญา
 
และถ้ามีใครบอกให้เธอได้รู้เรื่องจริงในใจฉัน
และเธอเองก็คงไม่อยากรับมัน..เธอจึงทำแบบนี้
 
ถ้าเป็นอย่างนั้นฉันขอให้เธอลืมได้ไหม
ถ้าเป็นอย่างนั้นฉันขอให้เธอไม่ต้องสนใจ
แค่คนแอบรักเท่านั้นไม่สำคัญเท่าไร
ฉันขอได้ไหม..ให้เรากลับมาเป็นเหมือนเดิม